อนิยตกัณฑ์อนิยต ๒ สิกขาบทความหมายของ "อนิยต"คำว่า "อนิยต" แปลว่า "ยังไม่แน่นอน" หรือ "ยังไม่กำหนดแน่ชัด" หมายถึงอาบัติที่ ยังไม่อาจวินิจฉัยได้ทันทีว่าเป็นอาบัติประเภทใด จนกว่าจะมีการสอบสวนข้อเท็จจริงอย่างละเอียด อนิยตมีเพียง ๒ สิกขาบท และทั้งสองสิกขาบทเกิดจากกรณีที่พระภิกษุอยู่กับสตรีในสถานที่ลับตา ซึ่งอาจเป็นเหตุให้เกิดความสงสัยหรือถูกกล่าวหาได้ พระพุทธองค์มิได้ทรงวินิจฉัยลงโทษโดยอาศัยเพียงคำกล่าวหา แต่ทรงกำหนดให้พิจารณาจาก
จึงนับเป็นหลักฐานสำคัญที่แสดงถึง ความรอบคอบและความยุติธรรม ในการพิจารณาคดีของพระสงฆ์ อนิยตสิกขาบทที่ ๑เรื่องการนั่งในที่ลับตากับสตรีตามลำพังภูมิหลังในสมัยพุทธกาล มีภิกษุบางรูปเข้าไปนั่งสนทนากับสตรีเพียงลำพังในสถานที่ปกปิดสายตาของผู้อื่น แม้จะไม่มีผู้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด แต่มีอุบาสิกาผู้มีศรัทธาและน่าเชื่อถือพบเห็นพฤติการณ์ดังกล่าว จึงเกิดความสงสัยว่าอาจมีการล่วงละเมิดพระวินัย พระพุทธองค์ทรงเห็นว่า การอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้อาจนำไปสู่ข้อครหาและความเสื่อมศรัทธา จึงทรงบัญญัติสิกขาบทเพื่อให้มีการสอบสวนอย่างเป็นธรรม เนื้อเรื่องครั้งหนึ่ง ภิกษุรูปหนึ่งเข้าไปนั่งอยู่กับสตรีตามลำพังในสถานที่ที่บุคคลภายนอกไม่สามารถมองเห็นได้ อุบาสิกาผู้มีศรัทธา มีศีล และเป็นผู้พูดความจริง ได้พบเห็นเหตุการณ์ดังกล่าว แล้วกราบทูลต่อพระสงฆ์ว่า ภิกษุรูปนั้นอยู่กับสตรีในสถานที่ลับตา ซึ่งอาจมีการกระทำที่ผิดพระวินัย เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงทราบเรื่อง จึงมิได้ทรงตัดสินทันที แต่ทรงบัญญัติให้สอบสวนตามข้อเท็จจริง หากพิสูจน์ได้ว่ามีการล่วงละเมิด ก็ให้ลงอาบัติตามความผิดที่เกิดขึ้นจริง พระพุทธบัญญัติพระพุทธองค์ทรงบัญญัติว่า
จึงเรียกว่า "อนิยต" เพราะยังไม่กำหนดแน่ว่าเป็นอาบัติประเภทใด จนกว่าจะสอบสวนเสร็จ หลักพระวินัย
ข้อคิดและคติธรรมพระพุทธองค์ทรงสอนว่า ผู้ปฏิบัติธรรมไม่เพียงต้องละเว้นความผิด แต่ยังต้องหลีกเลี่ยงเหตุแห่งความสงสัยด้วย เพราะแม้ผู้บริสุทธิ์ หากวางตนไม่เหมาะสม ก็อาจถูกครหาและทำให้ผู้อื่นเสื่อมศรัทธา หลักธรรมนี้สามารถนำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้ คือ การหลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่อาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิด และดำเนินชีวิตด้วยความโปร่งใส ตรวจสอบได้ อนิยตสิกขาบทที่ ๒เรื่องการนั่งกับสตรีในสถานที่กึ่งลับกึ่งเปิดภูมิหลังแม้สถานที่บางแห่งจะมิได้ปิดมิดชิดเหมือนในสิกขาบทแรก แต่หากเป็นบริเวณที่ผู้คนมองเห็นได้ไม่ชัด หรือสามารถเกิดพฤติการณ์ที่ไม่เหมาะสมได้ ก็ยังอาจเป็นเหตุแห่งข้อครหา พระพุทธองค์จึงทรงบัญญัติสิกขาบทอีกข้อหนึ่ง เพื่อให้ครอบคลุมสถานการณ์เช่นนี้ เนื้อเรื่องภิกษุรูปหนึ่งนั่งสนทนากับสตรีในสถานที่ที่แม้ไม่ปิดมิดชิด แต่ค่อนข้างสงัด มีผู้คนผ่านไปมาน้อย อุบาสิกาผู้มีศรัทธาเห็นเหตุการณ์ จึงแจ้งต่อสงฆ์ว่าพฤติการณ์ดังกล่าวไม่เหมาะสม เมื่อสอบสวนแล้ว หากพบว่าไม่มีการล่วงละเมิดร้ายแรง ก็ให้ลงอาบัติตามที่ข้อเท็จจริงปรากฏ มิใช่ตัดสินว่าเป็นความผิดร้ายแรงโดยอัตโนมัติ พระพุทธบัญญัติพระพุทธองค์ทรงบัญญัติว่า
ต่างจากอนิยตข้อแรก ตรงที่สถานที่ไม่ถึงกับเหมาะแก่การร่วมประเวณี จึงไม่มีโอกาสวินิจฉัยถึงขั้นปาราชิก หลักพระวินัย
ข้อคิดและคติธรรมอนิยตสิกขาบทที่ ๒ สอนให้เห็นว่า ความโปร่งใสเป็นเกราะป้องกันที่ดีที่สุด ผู้ปฏิบัติธรรมควรวางตนในลักษณะที่ผู้อื่นสามารถตรวจสอบได้ และไม่สร้างเงื่อนไขให้เกิดความเข้าใจผิด หลักธรรมนี้ยังใช้ได้กับทุกคนในสังคม ไม่ว่าจะเป็นผู้บริหาร ครู นักการเมือง หรือผู้ปฏิบัติงานในองค์กรต่าง ๆ เพราะความน่าเชื่อถือมิได้เกิดจากการกล่าวอ้างว่าตนบริสุทธิ์ แต่เกิดจากการประพฤติตนอย่างเปิดเผย ซื่อตรง และหลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่อาจนำไปสู่ความคลางแคลงใจ สรุปหมวดอนิยตอนิยตทั้ง ๒ สิกขาบท เป็นพระวินัยที่สะท้อนพระปรีชาญาณของพระพุทธเจ้าในการพิจารณาคดีด้วยความรอบคอบและเป็นธรรม มิได้ทรงตัดสินจากคำกล่าวหาเพียงอย่างเดียว แต่ทรงกำหนดให้สอบสวนข้อเท็จจริงอย่างละเอียด แล้วจึงวินิจฉัยอาบัติตามองค์ประกอบแห่งความผิด สาระสำคัญของหมวดอนิยต คือ การรักษาความบริสุทธิ์ทั้งในความประพฤติและในภาพลักษณ์ ผู้ปฏิบัติธรรมพึงหลีกเลี่ยงทั้งการทำผิดและการวางตนที่อาจก่อให้เกิดข้อครหา เพื่อธำรงศรัทธาของพุทธบริษัทและความมั่นคงแห่งพระพุทธศาสนา --------------------------------------------- บทสวดปาฏิโมกข์ อนิยต ๒ ๑. โย ปะนะ ภิกขุ มาตุคาเมนะ สัทธิง เอโก เอกายะ ระโห ปะฏิจฉันเน อาสะเน อะลังกัมมะนิเย นิสัชชัง กัปเปยยะ , ตะเมนัง ๒. นะ เหวะ โข ปะนะ ปะฏิจฉันนัง อาสะนัง โหติ นาลังกัมมะนิยัง , อะลัญจะ โข โหติ มาตุคามัง ทุฏฐุลลาหิ วาจาหิ อุททิฏฐา โข อายัส๎มันโต เท๎ว อะนิยะตา ธัมมา . อะนิยะตุทเทโส นิฏฐิโต.
======================= ประวัติผู้รวบรวมและเรียบเรียง พลเรือตรี รองศาสตราจารย์ ทองใบ
ธีรานันทางกูร “จากวิถีแห่งธรรม สู่เกียรติภูมิราชนาวี
และปราชญ์ผู้รังสรรค์ปัญญา” เส้นทางแห่งธรรมและพื้นฐานการศึกษา (ต้นกล้าแห่งปัญญา) ชีวิตเริ่มต้นอย่างเรียบง่าย ณ ผืนแผ่นดินเมืองสี่แคว จังหวัดนครสวรรค์ ภายหลังสำเร็จการศึกษาชั้นประถมปีที่
๔ ท่านได้ก้าวเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ตั้งแต่อายุ ๑๒ ปี
สั่งสมบารมีธรรมและวิชาความรู้ยาวนานถึง ๑๓ ปี
ในระหว่างนั้นท่านไม่เพียงศึกษาทางธรรมจนสอบได้ เปรียญธรรม ๙ ประโยค อันเป็นวิทยฐานะสูงสุดของคณะสงฆ์ไทย
แต่ยังมุมานะสอบเทียบวุฒิทางโลกจนสำเร็จการศึกษาชั้นสูงสุด (ม.ศ. ๕)
และคว้าปริญญาพุทธศาสตรบัณฑิต (เกียรตินิยมอันดับสอง)
จากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.) ก้าวสู่โลกกว้างและความเป็นเลิศทางวิชาการ
(มหาปัญญาไร้พรมแดน) หลังลาสิกขาเพื่อแสวงหาความรู้ในระดับสากล
ท่านได้เดินทางไปศึกษายังต่างแดนจนสำเร็จปริญญาโท (M.A. in Political Science) จากมหาวิทยาลัยปัญจาบ ประเทศอินเดีย ต่อมาในขณะรับราชการทหารเรือ
ท่านได้รับทุนอันทรงเกียรติจากกองทัพเรือให้ไปศึกษาต่อ ณ สถาบันระดับโลกอย่าง London
School of Economics and Political Science (LSE) มหาวิทยาลัยลอนดอน
ประเทศอังกฤษ จนสำเร็จปริญญา M.Phil ทางด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
ด้วยวิทยานิพนธ์อันโดดเด่นเรื่องนโยบายต่างประเทศไทยต่ออินโดจีน ในระหว่างอยู่ ณ ต่างประเทศ
ท่านยังได้สร้างเกียรติประวัติด้วยการดำรงตำแหน่งอุปนายกสามัคคีสมาคม
และเป็นบรรณาธิการวารสารสำคัญในพระบรมราชูปถัมภ์
ทั้งยังได้รับเกียรติให้เป็นอาจารย์พิเศษสอนภาษาไทย ณ SOAS มหาวิทยาลัยลอนดอน นับเป็นการเผยแผ่วัฒนธรรมไทยในดินแดนตะวันตกอย่างสง่างาม เกียรติภูมิราชนาวีและบทบาทครูผู้สร้างคน
(ประทีปแห่งวิชาการ) เมื่อกลับสู่มาตุภูมิ
ท่านได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจในฐานะอาจารย์ประจำกองวิชากฎหมายและสังคมศาสตร์
โรงเรียนนายเรือ ผลิตศิษย์ในราชนาวีรุ่นแล้วรุ่นเล่า จนได้รับพระราชทานยศเป็น พลเรือตรี
และตำแหน่งทางวิชาการเป็น รองศาสตราจารย์ ทางความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
นอกจากนี้ ท่านยังได้รับเชิญเป็นอาจารย์พิเศษในสถาบันชั้นนำอีกมากมาย
ทั้งมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.) ศูนย์ฝึกพาณิชย์นาวี, วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม,
และมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย (มมร.)
บทสรุปแห่งชีวิต (วิถีแห่งความเรียบง่าย) ภายหลังเกษียณอายุราชการและการอุทิศตนให้แก่งานสอนในระดับบัณฑิตศึกษา
ท่านได้เลือกกลับสู่ความสงบเรียบง่ายในฐานะ “ชาวสวน” ผู้มีธรรมะเป็นเครื่องนำทาง พำนักอยู่ ณ จังหวัดนนทบุรี ปราจีนบุรี
และนครสวรรค์ ตามวิถีแห่ง “บุญนำพา”
โดยยังคงมุ่งมั่นรังสรรค์ผลงานวิชาการและบทเรียนภาษาบาลี
เพื่อเป็นวิทยาทานแก่ศิษย์และพุทธศาสนิกชนสืบไป
=====================================
สำหรับท่านที่สนใจEbookที่มีเนื้อหาหลายหมวดหมู่ ของสำนักพิมพ์ทองใบ คลิกที่ลิงก์นี้ได้เลยครับ |


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น